เเหล่งท่องเที่ยวในอำเภอมะนัง
ถ้ำภูผาเพชร
เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอก หินย้อย รูปแบบต่าง ๆ แบ่งเป็นห้องๆ ประมาณ 15 ห้อง แต่ละห้องได้ตั้งชื่อไว้ตามสภาพของหินงอกหินย้อย เช่น ห้องปะการัง, ห้องพญานาค, ห้องผ้าม่าน, ห้องลานมรกต เป็นต้น หินงอกหินย้อยห้องต่าง ๆ นี้ เมื่อกระทบกับแสงไฟจะระยิบระยับ ไปทั้งถ้ำคล้ายแสงสะท้อนของเพชรนิลจินดา จึงเรียกถ้ำนี้ว่า ถ้ำภูผาเพชร และที่สำคัญเดิมเป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ เพราะพบโครงกระดูก และอุปกรณ์เครื่องใช้โบราณหลายรายการ
ถ้ำเจ็ดคต
ถ้ำเจ็ดคต เป็นถ้ำลอดมีธารน้ำไหลผ่านจากด้านตะวันออกไปออกด้านตะวันตกด้วยความยาวประมาณ 600 เมตร ถ้ำกว้าง 70-80 เมตร และมีความสูงของเพดานถ้ำประมาณ 40-50 เมตร พื้นที่ด้านตะวันออกมีลานจอดรถและสิ่งบริการอำนวยความสะดวกและเรือคายักล่องไปตามลำธารจนไปออกปากถ้ำด้านตะวันตกและบรรจบกับคลองละงู รวมมีพื้นที่พัฒนาทั้งสิ้นประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร ปากถ้ำด้านน้ำไหลเข้าอยู่ห่างจากตัวอำเภอมะนังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร
พื้นที่แหล่ง เป็นพื้นที่ภูเขาหินปูนมีลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ ลักษณะเป็นภูเขาสูงมีหน้าผาสูงชัน มีธารน้ำไหลไปตามหุบเขาแคบๆและพบถ้ำได้ทั่วไป ถ้ำเจ็ดคตเป็นถ้ำลอดมีปากถ้ำสองด้านทะลุหากันลักษณะคล้ายอุโมงค์ ความยาวของถ้ำประมาณ 600 เมตร กว้าง 70-80 เมตร และมีความสูงถึงเพดานถ้ำประมาณ 40-50 เมตร มีธารน้ำไหลผ่านโดยมีต้นน้ำเป็นคลองลำโลนไหลมาทางด้านตะวันออกผ่านถ้ำเจ็ดคตไปออกปากถ้ำด้านตะวันตกและไปบรรจบกับคลองละงูที่ไหลมาจากด้านเหนือลงไปทางทิศใต้บริเวณบ้านทับทุ่ง ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมล่องแก่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสตูล ถ้ำเจ็ดคตและพื้นที่โดยรอบจึงมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาที่เป็นได้ทั้งแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและนิเวศวิทยาของพื้นที่
กรมทรัพยากรธรณี (2556) รายงานว่า “ถ้ำเจ็ดคต” มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ถ้ำสัตคูหา” มีธารน้ำไหลผ่านเป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร ผ่านถ้ำที่มีลักษณะต่างๆแบ่งออกได้เป็น 7 ช่วงหรือคูหา ได้แก่ คูหาที่ 1 เรียกว่า “สาวยิ้ม” ผนังถ้ำมีสีเขียวมรกต มีหินงอก หินย้อย อยู่หน้าถ้ำ คูหาที่ 2 เรียกว่า “นางคอย” มีหินงอก หินย้อยที่สวยงามและมีฝูงค้างคาวจำนวนมาก คูหาที่ 3 เรียกว่า “เพชรร่วง” ส่วนบนของผนังถ้ำมีช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลอดลงมาได้ เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบผนังถ้ำจึงเกิดประกายแวววาวเหมือนเพชร คูหาที่ 4 เรียกว่า “เจดีย์สามยอด” พื้นทางเดินเป็นหินลักษณะคล้ายดอกกุหลาบ คูหาที่ 5 เรียกว่า “น้ำทิพย์” ตามผนังถ้ำเป็นหินย้อยสีขาวและสีน้ำตาลซ้อนกันคล้ายผ้าม่าน คูหาที่ 6 เรียกว่า “ฉัตรทอง” มีหินงอก หินย้อย ซ้อนเหลื่อมกันเป็นชั้นเสมือนฉัตร และคูหาที่ 7 เรียกว่า “ส่องนภา” ภายในเป็นหินงอก หินย้อย รูปทรงคล้ายดอกบัวคว่ำ ทั้งนี้ หินปูนบริเวณถ้ำเจ็ดคตอยู่ในหมวดหินรังนก กลุ่มหินทุ่งสง ยุคออร์โดวิเชียน
พื้นที่บริเวณถ้ำคูคต มีลักษณะโดดเด่นด้วยลักษณะธรณีสัณฐานแบบคาสต์ เป็นพื้นที่ภูเขาหินปูนที่เป็นเทือกเขาสูงๆต่ำๆ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับพื้นที่หุบเขาและบ้างก็มีสายน้ำไหลผ่านคดเคี้ยวไปมา พื้นที่ด้านตะวันออกของเป็นพื้นที่ราบต่ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตรที่รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนเกือบรอบพื้นที่ มีคลองลำโลนไหลมาจากด้านตะวันออก ผ่านพื้นที่ไปจนลอดถ้ำเจ็ดคต พื้นที่ดังกล่าวมีถนนลาดยางได้มาตรฐานไปจนถึงพื้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย ลานจอดรถ โรงเรือนเก็บเรือคะยักและอุปกรณ์ และมีการตั้งป้ายข้อมูลต่างๆ จากพื้นที่ลานจอดรถมีบันไดสำหรับเดินลงไปที่ท่าเรือสำหรับล่องเรือไปตามลำธารอีกประมาณ 300 เมตรเพื่อพายเรือเข้าถ้ำต่อไป
ส่วนพื้นที่ด้านปากถ้ำซีกตะวันตกของถ้ำเจ็ดคต มีลักษณะเป็นหน้าผาหินปูนสูงชันและมีคลองละงูไหลผ่านจากเหนือลงไปทางใต้ โดยมีคลองลำโลนที่ไหลลอดถ้ำเจ็ดคตลงไปบรรจบกับคลองละงู คลองละงูเป็นลำธารกว้างไหลคดเคี้ยวไปมาเกิดแก่งน้ำเป็นช่วงๆที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปล่องแก่งจนเกิดธุรกิจบ้านพักรีสอร์ตจำนวนมากเรียงรายไปตามชายฝั่งคลองละงูด้านตะวันตก
น้ำตกวังใต้หนาน
เป็นส่วนหนึ่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 1.5 ตารางกิโลเมตร ขอบเขตด้านเหนือสุดอยู่บริเวณวังกลอย ขอบเขตด้านใต้สุดเป็นสำนักงานหน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเพชร ความกว้างของพื้นที่ประมาณ 1 กิโลเมตรในแนวตะวันตก-ตะวันออก และความยาวของพื้นที่ประมาณ 1.5 กิโลเมตรในแนวเหนือ-ใต้ อยู่ห่างจากอำเภอมะนังเป็นระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร
เป็นพื้นที่ภูเขาปกคลุมด้วยผืนป่าฝนเขตร้อน ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำมีคลองลำโลนไหลผ่านต่อเนื่องลงไปตามร่องเขาเหนือถ้ำภูผาเพชรไปบรรจบกับคลองมะนัง เป็นพื้นที่ที่ยังคงไว้ด้วยธรรมชาติดั้งเดิม มีภูเขาหินปูนลูกโดดๆขนาดย่อมอยู่ภายใต้ร่มไม้สูงใหญ่ และบ้างก็โผล่ให้เห็นตามลำธาร อีกทั้งมีหินทรายและหินแกรนิตในบางพื้นที่ พื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ บางต้นสูงมากกว่า 50 เมตรและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และปัจจุบันก็ยังคงพบร่องรอยของมนุษย์เผ่าเซมังซึ่งเป็นมนุษย์ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตที่อิงแอบคู่กับธรรมชาติดั้งเดิมไว้ได้
พื้นที่แหล่งตั้งอยู่บริเวณร่องหุบเขาที่ยาวไปตามแนวเหนือ-ใต้ มีระดับความสูงเหนือระดับทะเลระหว่าง 100-120 เมตร มีคลองลำโลนไหลมาจากทางทิศเหนือจนถึงพื้นที่จึงไหลเบนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปตามร่องเขาทางด้านเหนือของเทือกเขาหินปูนที่เป็นที่ตั้งของถ้ำภูผาเพชร คลองลำโลนมีทางน้ำสาขาหลายสาย ส่วนใหญ่ไหลมาจากทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นแนวเทือกเขาสูงที่มีความสูงมากกว่า 600 เมตร จากแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดพัทลุง (2550) กล่าวได้ว่าด้านตะวันออกของคลองลำโลนจนห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรซึ่งมีระดับความสูงของพื้นที่ระหว่าง 100-300 เมตรเป็นพื้นที่หินปูนยุคออร์โดวิเชียน และที่ห่างออกไปอีกเป็นแนวเทือกเขาสูงระหว่าง 300 เมตรจนถึงมากกว่า 600 เมตร เป็นเทือกเขาหินแกรนิตยุคไทรแอสซิก ส่วนพื้นที่ด้านตะวันตกของคลองลำโลนนั้นมีหินทรายยุคแคมเบรียนโผล่ให้เห็น ดังนั้น คลองลำโลนจึงเป็นทางน้ำที่ไหลไปตามแนวรอยสัมผัสระหว่างสองหมวดหิน
จากหน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเพชร ได้เดินลัดเลาะไปในป่า มุ่งหน้าไปตามแนวทิศประมาณตะวันตกเฉียงเหนือจนถึงคลองลำโลนส่วนที่อยู่ทางด้านใต้ของต้นทองบึ้ง โดยได้เดินผ่านพื้นที่หินปูนยุคออร์โดวิเชียนที่แสดงลักษณะเป็นชั้นหินบาง ชั้นหินมีการวางตัวเอียงเทไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หินปูนปรากฏเป็นรูปหอคอยเสาหินสูงขนาดย่อมเป็นลูกโดดๆกระจัดกระจายห่างๆ เมื่อเดินข้ามคลองลำโลนไปทางทิศเหนือ ผ่านต้นทองบึ้ง พบหลักฐานมนุษย์เผ่าเซมัง และร่องรอยหลักฐานของฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต บางบริเวณพบหินโผล่ของหินทรายยุคแคมเบรียน จนถึงวังกลอยที่คลองลำโลนไหลผ่าน มีลักษณะเป็นโขดหินปูนมีน้ำไหลผ่านเป็นแก่งเล็กๆ เมื่อข้ามคลองลำโลนไป พบหินโผล่ของหินปูนลักษณะแบบเดียวกับที่ผ่านมา บ้างก็มีหินโผล่ของหินแกรนิตบริเวณลำธารเล็กๆ จนกลับไปที่หน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเพชรอีกครั้ง ทั้งนี้ตลอดเส้นทางการเดินป่า ได้ผ่านป่าทึบที่มีต้นไม้สูงใหญ่ตลอดเส้นทาง
ผืนป่าที่เดินผ่าน ในเบื้องต้นพบต้นไม้สูงใหญ่หลากหลายชนิด เช่น ต้นโล่ตง ทองบึ้ง ไคร้ย้อย จิกน้ำ ยางนา สะตอ เต่าร้าง ขานาง กระเบา หลุมพอ ตะเคียนราก หาน ยวน เพรียง ตะเคียนทราย กฤษณา ไอกลิ้ง บกหยวก เหยื่อจง ขนุนป่า สไน และ มะเดื่อ เป็นต้น พื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของหมี เม่น ลิง ค่าง ชะนี เสือ ชะมด กระรอก กวาง เก้ง เลียงผา สมเสร็จ กระจง หมู ไก่ป่า หมูดิน หมีควาย และงูหลากหลายชนิด
ลานหินป่าพน
เป็นพื้นที่สวนหย่อมในเขตโรงเรียนบ้านป่าพน ด้านเหนือและ ด้านตะวันตกจรดพื้นที่เนินเขาเตี้ยๆ ด้านตะวันออกจรดสนามเด็กเล่นและอาคารเรียนถัดออกไป และด้านทิศใต้จรดสนามฟุตบอล มีขนาดพื้นที่ประมาณ 40x40 ตารางเมตร อยู่ห่างจากตัวอำเภอมะนังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
พื้นที่แหล่งมีลักษณะเป็นสวนหย่อมประกอบไปด้วยก้อนหินที่มีการจัดวางที่ยังคงรักษาตำแหน่งดั้งเดิมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ มีการจัดภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มความสวยงาม ที่รวมถึงการจัดทำทางเดินเท้าแบบเส้นทางเดินคอนกรีตแคบๆกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ยังมีการจัดสร้างสระน้ำจำลองอยู่ทางใต้ของแหล่ง และมีการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่นด้วย ก้อนหินเป็นหินปูนแสดงชั้นชัดเจนที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทางธรณีวิทยาได้ ประกอบกับเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสถานศึกษาที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ผสมผสานกับการใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในโรงเรียนและชุมชน
ก้อนหินที่โผล่ให้เห็น เป็นหินปูนที่มีลักษณะเป็นชั้น แต่เนื่องจากมีการวางตัวหลายทิศทางจนไม่อาจมั่นใจได้ว่าก้อนใดเป็นหินโผล่และก้อนใดเป็นหินลอย ชั้นหินทางด้านล่างหนาประมาณ 30-45 เซนติเมตร และมีความบางลงขึ้นไปทางด้านบนเหลือมีความหนาระหว่าง 10-15 เซนติเมตร ชั้นหินปูนแต่ละชั้นแสดงโครงสร้างของสโตรมาโตไลต์อย่างชัดเจน โดยกล่าวได้ว่าเป็นหินปูนยุคออร์โดวิเชียน
สวนหินภูผาเพชร
พื้นที่แหล่งติดด้านตะวันออกของพื้นที่บริการถ้ำภูผาเพชร เป็นพื้นที่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดได้กันให้เป็นที่พักสงฆ์ ตามโครงการส่งเสริมให้ที่พักสงฆ์ถ้ำภูผาเพชรช่วยงานด้านป่าไม้ จำนวนพื้นที่ 30 ไร่ 3 ตารางวา อยู่ห่างจากอำเภอมะนังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร
เป็นพื้นที่ราบอยู่เชิงเขาต่อเนื่องกับพื้นที่บริการของถ้ำภูผาเพชรไปทางด้านทิศตะวันออก อยู่ทางด้านใต้ของลำธารที่ไหลไปทางทิศตะวันตกไปลอดถ้ำศิลาลอด มีหินโผล่และหินลอยของหินปูนโผล่เป็นหย่อมๆเล็กบ้างใหญ่บ้างกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ พบโครงสร้างชั้นเฉียงระดับในเนื้อหินปูนซึ่งเป็นลักษณะที่โดดเด่นเฉพาะตัว พื้นที่แหล่งติดกับถ้ำภูผาเพชรซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสตูล ผนวกกับพื้นที่แหล่งเป็นที่พักสงฆ์มักมีนักท่องเที่ยวไปกราบมนัสการพระสงฆ์อยู่เนืองๆ จึงถือเป็นพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้
พื้นที่แหล่ง เป็นพื้นที่ราบต่อเนื่องมาจากพื้นที่บริการของถ้ำภูผาเพชรทางด้านตะวันออก มีหินโผล่และหินลอย โผล่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ในลักษณะคล้ายสวนหิน มีร่มไม้ใหญ่น้อยปกคลุมให้ความร่มรื่น และมีลำธารน้ำไหลผ่านทางด้านเหนือของพื้นที่ไหลไปทางทิศตะวันตกเรียบเชิงเขาที่ทอดยาวอยู่ทางด้านเหนือ หินโผล่เป็นหินปูนที่มีลักษณะเป็นชั้นบาง บางบริเวณแสดงลักษณะโครงสร้างชั้นเฉียงระดับ ลักษณะหินดังกล่าวมีลักษณะคล้ายหินปูนของหมวดหินลาง่า แต่ยังคงมีความจำเป็นต้องสำรวจวิจัยในรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักสงฆ์ถ้ำระฆังทอง
สำนักสงฆ์ถ้ำระฆังทอง อยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขาลูกโดดๆขนาดเล็กขนาดประมาณ 150x300 เมตร มียอดสูงประมาณ 110 เมตรจากระดับทะเล เป็นภูเขาหินปูนด้านบนมีถ้ำเรียกว่า “ถ้ำระฆังทอง” ด้านล่างเป็นหลืบถ้ำเว้าลึกเข้าไปเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ ด้านหน้าสำนักสงฆ์เป็นสวนป่าธรรมชาติขนาดเล็ก ขนาดพื้นที่ประมาณ 65 ไร่ อยู่ห่างจากตัวอำเภอมะนังไปทางทิศเหนือเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
วัดถ้ำระฆังทอง เป็นเพียงสำนักสงฆ์ อาศัยถ้ำซึ่งเป็นหลืบเว้าลึกเข้าไปบริเวณตีนเขาทางด้านตะวันตกของภูเขาซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน เป็นหินปูนเป็นชั้นบาง พบซากดึกดำบรรพ์ มีโครงสร้างรอยเลื่อน และโครงสร้างโค้งงอให้เห็นชัดเจน บริเวณด้านหน้าของถ้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์เป็นสวนป่าธรรมชาติขนาดเล็ก ร่มรื่น เหมาะแก่การศึกษาฟังธรรมและศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยา
พื้นที่สำนักสงฆ์เป็นภูเขาหินปูนยุคออร์โดวิเชียน หินปูนมีลักษณะเป็นชั้นบางชัดเจน มีการวางตัวไปทางทิศประมาณตะวันออกเฉียงใต้ด้วยมุมเอียงเทประมาณ 23 องศา มีระนาบรอยเลื่อนวางตัวเอียงเทไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยมุมเอียงเทประมาณ 70 องศา อย่างไรก็ตามชั้นหินมีการโค้งงอเป็นรูปประทุนมีแกนของการโค้งงอก้ม (plunge) เข้าไปในถ้ำ พบนอติลอยด์อยู่ในเนื้อหินปูนด้วย พื้นที่ด้านหน้าถ้ำซึ่งเป็นสำนักสงฆ์เป็นลานกว้างมีต้นไม้สูงใหญ่เป็นร่มเงาด้วยพื้นที่ประมาณ 65 ไร่ มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมทำบุญและบำเพ็ญศีลภาวนา
อ้างอิง http://www.khoratfossil.org/geopark/contents
http://www.edtguide.com/th/thailand/category/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%A5-%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87/view/p1


ข้อมูลละเอียดมากครับ
ตอบลบเนื้อหาดีมากครับ
ตอบลบถ้ำดูลึกลับน่าเที่ยวมากค่ะ
ตอบลบข้อมูลดีมากคะ
ตอบลบป่า เขา น้ำตก ธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบจริงๆค่ะ
ตอบลบ